We Love Snow- หน้าหนาว หิมะฟูในเอเชีย
อยากสัมผัสความหนาวเย็นและเดินลุยหิมะขาวฟู ในช่วงหน้าหนาว ช่วงเวลาแห่งเทศกาล การเฉลิมฉลอง หลายคนอาจจะคิดถึงประเทศในทวีปยุโรป แต่เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งความสุขในงบที่ไม่แพงมากนัก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่างประเทศ เพิ่มงบในการช้อปปิ้งให้คุณได้อีกด้วย กับการเที่ยวชมหิมะ สัมผัสฤดูหนาวในประเทศแถบเอเชียใกล้ประเทศไทย ที่สำคัญฟรีวีซ่า แค่มีหนังสือเดินทางประเทศไทย ก็เตรียมเสื้อโค้ทสวยๆ ถุงมืออุ่นๆให้พร้อมแล้วออกไปลุยหิมะในแถบเอเชียใน 5 ประเทศกับเราได้เลย
ญี่ปุ่น
ถ้าพูดถึงหิมะที่เอเชีย ประเทศแรกที่นึกถึงคงหนีไม่พ้นประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ฤดูหนาวของญี่ปุ่นเริ่มจากเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นนั้นต่างปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน อุณภูมิอยู่ที่ประมาณ 0 องศา ถึงติดลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคทางตอนเหนืออย่างโทโฮคุและฮอกไกโด เป็นภูมิภาคที่ใครๆต่างนึกถึง ซึ่งนอกจากจะมีบรรยากาศที่สวยงาม อาหารอร่อย ช่วงฤดูหนาวที่ภูมิภาคฮอกไกโดยิ่งมีเทศกาลไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกโลกต่างเดินทางมาชม นั่นก็คือเทศกาลคือ Sapporo Snow Festival ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 5-12 กุมภาพันธุ์ของทุกปี ที่สวนสาธารณะ Odori ซึ่งแต่ละปีนั้นจะมีการจัดการแข่งขันการปั้นหิมะและแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆ ประเทศไทยเองก็ส่งคนลงแข่งขันทุกปี นอกจากนี้ยังมี การจัดสไลเดอร์หิมะ เขาวงกตหิมะ ลานสกีและลานหิมะ ให้ผู้ร่วมงานสนุกนานกันอีกด้วย ตกกลางคืนก็มีการตกแต่งไฟหลากสีสวยงามเป็นการประดับไฟน้ำแข็งที่คุณต้องตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน
ช่วงนี้ยังเป็นยังเวลาสำหรับที่ชื่นชอบกีฬาฤดูหนาวอีกด้วย สกีรีสอร์ทต่างๆ ก็พากันเปิดให้บริการ ให้คุณได้ลองกิจกรรมกลางแจ้งท่ามกลางหิมะอย่างการเล่นสกี สโนว์บอร์ด ห่วงยางหิมะ หรือนั่งลากเลื่อนสุนัขก็ยังเป็นกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจที่สนุกสนานได้อย่างเต็มที่ในช่วงนี้ และไม่ต้องเป็นกังวลถ้าคุณยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ สกีรีสอร์ทหลายแห่งก็มีบทเรียนและหลักสูตรต่าง ๆ ให้คุณได้เรียนรู้

ส่วนใครไม่ชื่นชอบการทำกิจกรรม การไปออกไปเพลิดเพลินกับน้ำพุร้อน ด้วยการหย่อนกายลงไปดื่มด่ำกับความอุ่นของบ่อน้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาติและหิมะสีขาว หรือลิ้มลองเมนูหม้อไฟสตูว์ญี่ปุ่นอันโด่งดังที่เรียกกันว่านาเบะก็ เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์อันแสนพิเศษที่ควรสัมผัสสักครั้ง
และเนื่องจากช่วงฤดูหนาวอากาศค่อนข้างแห้ง พระอาทิตย์ตกเร็วขึ้น ดังนั้นจึงมีกิจกรรมอย่างจัดแสดงแสงไฟตามจุดต่าง ไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม
เกาหลีใต้
เกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งประเทศสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสฤดูหนาว และเที่ยวเล่นกับหิมะเลือกที่จะเดินทางไป ไม่ว่าด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่านทางซีรีส์ที่เรามักจะเห็นภาพของพระเอกนางเอกท่ามกลางหิมะสีขาว หรือการกินดื่มในช่วงฤดูหนาว ผ่านวัฒนธรรมการกิน ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงฤดูหนาวของเกาหลีใต้ ใช้เวลาเพียง 5-6 ชั่วโมงจากเมืองไทย ก็สามารถไปสัมผัสอากาศหนาวๆและเล่นสกีและสโนบอร์ดกันได้ มีสกีรีสอร์ทหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง อย่างกรุงโซลมากนัก ใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมงก็ไปนอนฟินอยู่ในรีสอร์ทริมลานสกี และเล่นกิจกรรมท่ามกลางหิมะอย่างเช่น เล่นแบบนั่งบนถาดเลื่อนแล้วไถลลงมาตามลานหิมะก็สนุกไปอีกแบบ ซึ่งแต่ละที่จะมีลานหิมะนุ่มๆ รวมถึงการออกแบบเส้นทางการเล่นสกีหิมะที่หลากหลายเหมาะทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น

อย่างเช่นจังหวัดคยองกี ((Gyeonggi-do) ที่ห่างไปจากกรุงโซลเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ก็มีสกีรีสอร์ตอย่างจีซาน ฟอเรสต์ สกีรีสอร์ต (Jisan Forest Ski Resort), ยางจิ ไพน์ รีสอร์ต (Yangji Pine Resort) ที่มีกิจกรรมมากมายให้ได้ทำกัน หรืออย่างที่จังหวัดคังวอน (Gangwon-do) อยู่ติดกับโซลทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือก็มีสกีรีสอร์ตอย่างเวลลี่ฮิลปาร์ค สกีรีสอร์ต (Welli Hilli Park Resort) และที่จังหวัดคังวอนยังมี เทศกาลตกปลาน้ำแข็ง ฮวาชอน ซันชอนออ (Hwacheon Sancheoneo Ice Festival) เทศกาลใหญ่ที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้งในเดือนมกราคม ที่เมืองฮวาชอน มีทั้งคนเกาหลีปละนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันอย่างคึกคัก ภายในมีกิจกรรมอย่างเช่นการตกปลาเทราต์ภูเขาบนแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง แข่งจับปลามือเปล่า เล่นฟุตบอล หรือเล่นรถลากเลื่อนบนลานน้ำแข็ง นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งสุดยิ่งใหญ่ ตอนกลางคืนเปิดไฟสว่างไสวตามจุดต่างๆ สวยงามอลังการ

ส่วนคนไม่ชอบทำกิจกรรม ชอบถ่ายรูปไม่ต้องเป็นกังวลเลย ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะนามิ (Nami Island)จังหวัดคังวอนที่เที่ยวยอดฮิตตลอดกาล ฟาร์มแกะแทกวันรยอง (Daegwallyeong Sheep Farm) จังหวัดคังวอน ภาพของเนินหิมะสีขาว ตัดกับสีของท้องฟ้าสีครามสดใส ต่ออุทยานแห่งชาติด็อกยูซาน (Deogyusan Mountain National Park) ที่คยองซังนัม หรือคยองซังใต้ ที่ทั้งอุทยานจะกลายเป็นสีขาว ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ให้ฟีลเหมือนอยู่ยุโรป เรียกได้ว่าทั่วทั้งเมือง ไม่ว่าสถานที่ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ต่างประดับประดาต้อนรับเทศกาลกันอย่างไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว คุณต้องเตรียมเมมโมรี แบตเตอรี่ ไว้ให้เพียงพอได้เลย
จีน
แม้เดิมจีนจะไม่มีฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวไทย แต่ในช่วงฤดูหนาว เมืองทางตอนเหนือของประเทศจีน ใกล้กับชายแดนรัสเซียอย่างฮาร์บิน ก็เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนที่ชื่นชอบความหนาวและหิมะอยู่แล้ว ยิ่งปัจจุบันมีการฟรีวีซ่าทำให้การเดินทางไปจีนก็ยิ่งง่ายขึ้น ที่สำคัญประเทศจีนโซนที่มีหิมะตกแทบจะทั้งประเทศ ทำให้เปลี่ยนสถานที่สำคัญหรือสถานที่เที่ยวสวย ๆ ให้ปกคลุมไปด้วยเสน่ห์ของความขาวหิมะ เหมือนขนมเค้กครีมสีขาว เวลาหิมะตกก็ราวกับกำลังโรยด้วยไอซ์ซิ่ง

เมืองสถานที่ที่อยากแนะนำให้ไปชมมีเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นฮาร์บิน เมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งน้ำแข็งเพราะมีฤดูหนาวที่ยาวนานถึง 6 เดือน ยิ่งช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ บางครั้งอุณหภูมิลดถึง -40 องศากันเลยเรียกได้ว่าหนาวสะใจ คนชอบหนาวทีเดียว กิจกรรมที่ชาวเมืองนิยมทำกันก็คือ การเล่นสกี สโนบอร์ด และโชว์ว่ายน้ำในแม่น้ำซงที่กลายเป็นน้ำแข็ง ส่วนนักท่องเที่ยวก็เดินทางไป เพื่อเที่ยวชมเทศกาล Harbin Ice Festival ซึ่งจัดทุกวันที่ 5 มกราคม ของทุกปี ยาวไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ไฮไลท์ของงาน คือ การจัดกิจกรรมประกวดการแกะสลักน้ำแข็ง ที่นักแกะสลักหลายประเทศเดินทางมารวมกันสรรสร้างผลงานออกแบบน้ำแข็งเป็นรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปราสาท อนุสาวรีย์ หรือ สถานที่สำคัญ พอตกลางคืน ก็มีการประดับไฟ ส่องแสงสวยงามน่าประทับใจ
ที่เที่ยวถัดมาที่อยากแนะนำ เส้นทางอย่างลี่เจียง – แชงกรีล่า (Lijiang Shangri-la) สองเมืองที่ไม่เพียงแต่ฤดูหนาว แต่ฤดูไหนก็มีความสวยงามของธรรมชาติ และมีความน่าสนใจของวัฒนธรรมที่เรียกให้ผู้คนเดินทางไปเยี่ยมเยือน อย่างที่ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain) ที่ยอดเขา Shanzidou muj ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด มีความสูงประมาณ 5,600 เมตร ไม่ต้องรอหน้าหนาวที่นี่มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดทั้งปี พอเข้าหน้าหนาวหิมะก็จะโปรยปรายลงทุกวัน เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักหิมะแน่นอน ข้อควรระวังอย่างหนึ่งคือ บริเวณนี้เป็นพื้นที่สูง อากาศเบาบาง ต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี

นอกจากนี้ไม่ว่าธรรมชาติที่ จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) ในมณฑลหูหนาน ภูเขาสี่ดรุณี หรือ ซื่อกูเหนียงซาน (Siguniangshan) ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 220 กิโลเมตร หรืออุทยานแห่งชาติกลางหุบเขา จิ่วจ้ายโกว พื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติขนาดใหญ่ ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ก็เป็นล้วนแล้วแต่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติระดับ 5A ที่น่าไปเยือน หรือใครแค่อยากชมหิมะและแวะกินแวะช้อปปิ้ง ในเมืองหลวงหรือเมืองต่าง ๆ ของจีนก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ภาพกำแพงเมืองจีน หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ในยามหิมะโปรยปรายก็สวยคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างแน่นอน
เวียดนาม
ถ้าพูดว่าไปดูหิมะที่เวียดนาม หลายคนอาจจะสงสัยว่า ที่เวียดนามมีหิมะด้วยเหรอ ซึ่งในความเป็นจริงบริเวณเทือกเขาฟานซีปัน (Fansipan Mountain) ที่เมืองซาปา จังหวัดหล่าวกาย เป็นเมืองที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,650 เมตรในหุบเขาของเวียดนาม ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน ในบางปีช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่หนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง -3 องศาเซลเซียล เราก็อาจโชคดีจะได้เห็นหิมะโปรยปรายปกคลุมเมืองไม่แพ้ที่ไหน ด้วยความที่เป็นเมืองพักตากอากาศของชาวฝรั่งเศสในสมัยก่อน ทำให้สถาปัตยกรรมต่าง ๆ มีความสวยงามสไตล์ฝรั่งเศส ถึงแม้ว่าจะไม่มีหิมะตกแต่ก็สามารถสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นได้ตลอดทั้งปี มีธรรมชาติสวยๆ พร้อมนาขั้นบันไดให้ได้ชมอย่างเช่นที่หมู่บ้านกัตกัต (Cat Cat Village) และหมู่บ้านต่าฟาน (Ta Van Village), ที่งดงามด้วยวิวธรรมชาติที่สมบูรณ์ ที่สำคัญในเดือนธันวาคม คุณจะได้สัมผัสกับอากาศเย็น และ หมอกที่จะเข้าปกคลุมหมู่บ้าน

นอกจากนี้ภายในเมืองซาปายังมีที่เที่ยวแห่งใหม่นั่นก็คือ สะพานมังกรแก้ว (Glass Bridge Rong May) สะพานแก้วแห่งแรกในเวียดนาม ซึ่งทางเดิน และ ระเบียงจะเป็นกระจกใสเพื่อให้คุณสามารถเดินขมวิวเทือกเขา Hoang Lien Son เทือกเขาที่ยาวที่สุดของเวียดนามได้อย่าง 360 องศา
มองโกเลีย
เมืองหลวงของประเทศมองโกเลีย ตอนเหนือของเอเชีย เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิมะโดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายน ถึง มีนาคม มองโกเลียเรียกได้เป็นประเทศที่มีหิมะตกมากที่สุดในเอเชียก็ว่าได้ แม้ปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินบินตรงไปมองโกเลีย แต่เราสามารถท่องเที่ยวมองโกเลียผ่านทางตัวแทนบริษัททัวร์ที่มีจัดทัวร์ ด้วยเครื่องบิน แบบเช่าเหมาลำไปเที่ยวมองโกเลียได้ ไปเปิดประสบการณ์ช่วงหน้าหนาวที่อุณหภูมิติดลบต่ำสุดถึง -40 องศา กันได้

ในตัวเมืองหลวงอย่างอูลานบาดอร์ (Ulaan Bator) เมืองที่มีภูมิประเทศอันสวยงาม มีอุทยานแห่งชาติมากมาย รวมไปถึงเสน่ห์ทางวัฒนธรรมซึ่งเป็นวิถีชีวิตเก่าเองอันเป็นเอกลักษณ์เวลาน่าหนาวก็สวยแปลกตาเป็นอย่างมาก ส่วนใครอยากเห็นพื้นที่สีขาวแบบสุดลูกหูลูกตา รวมไปถึงเข้าพักเกอร์ กระโจมที่พักของชาวมองโกเลีย ตอนนี้เกอร์มีทั้งแบบเดิมที่จุดไฟสุ่มถ่านให้ความอบอุ่น และมีแบบสมัยใหม่ที่เปิดฮีทเตอร์ที่พื้นให้บริการตามความสะดวก แนะนำให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เรียกได้ว่าได้รับหิมะฉ่ำๆ กันทีเดียว
