Unseen around Moscow – เที่ยวรอบนอกเมืองมอสโก

Story & Photo by เรื่องเล่าจากกระเป่าเดินทาง

หลังจากที่ประเทศรัสเซียเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก เราก็เริ่มได้ยลภาพความสวยงามของธรรมชาติและเมืองต่างๆ มากขึ้น โบสถ์ใหญ่สีลูกกวาด พระราชวังขนาดอลังการ พิพิธภัณฑ์ที่สะสมของโบราณมีค่ามากมาย ต่างดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ไปชมความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์กันมากขึ้น

โดยเฉพาะสองเมืองใหญ่ชื่อดังอย่าง มอสโก (Moscow) และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg) ส่วนเมืองเล็กๆ รอบนอกนั้นยังไม่ค่อยได้ผ่านสายตามากมายนัก จึงอยากพาออกไปชมเมืองสวยแปลกตาที่สามารถเดินทางเองได้ไม่ยากจนเกินไป เป็นการผจญภัยเล็กๆ ที่คุ้มค่าน่าลอง

ตั้งต้นการเดินทางจากเมืองหลวงของประเทศหลังจากเที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของมอสโกจนทั่วถึงแล้ว ฉันอยากมีประสบการณ์เที่ยวนอกเมืองบ้าง สถานที่แรกที่ไม่ควรพลาดและบางทัวร์ เริ่มใส่ไว้ในโปรแกรมบ้างแล้ว ก็คือ เมืองซากอร์ส (Zagorsk) หรือที่คนทั่วไปรู้จักเมืองนี้ในนามว่า เซอร์เกอเยฟ โปสาด (Sergiev Posad)

อยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 75 กิโลเมตร การเดินทางโดยรถไฟตั้งต้นที่สถานี Leningradsky and Yaroslavsky Rail Terminals ฉันบอกเจ้าหน้าที่ขายตั๋วว่า ต้องการเดินทางไปเซอร์เกอเยฟ โปสาด ก็ได้ตั๋วรถไฟที่ไม่มีระบุทั้งเวลาและที่นั่ง ต้องคอยเช็กป้ายบอกชานชาลาและเวลารถไฟเอง บรรยากาศรถไฟคล้ายรถไฟช้้นสามบ้านเรา

ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เมืองนี้เปรียบเสมือนเมืองโบราณ ที่มีความสำคัญและเป็นศูนย์กลางทางศาสนาคริสต์นิกาย ออร์ทอดอกซ์ (Orthodox) แห่งรัสเซียมาเป็นเวลานาน เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด นั่นก็คือ

กลุ่มสถาปัตยกรรมทรินิตีเซอร์กิอุส ลาวรา (Trinity Sergius Lavra หรือTrinity Monastery of St. Sergius) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟไปประมาณ 800 เมตร

ฉันเปิด Google Maps เพื่อหาเส้นทางเดินไป เริ่มเดินไปได้สักพักก็เริ่มเห็นยอดโดมสีทองอยู่ไกลๆ ให้มั่นใจว่าเดินมาไม่ผิดทาง

เมื่อเดินผ่านประตูรั้วเข้าไปแล้ว ภาพที่เห็นกับตาตรงหน้าคือศาสนสถานที่สวยงามอย่างในเทพนิยาย

ประกอบไปด้วย โบสถ์และวิหารทรงหัวหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของรัสเซีย อาราม บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หอระฆัง และศาสนสถานต่างๆ คล้ายเมืองขนาดย่อม

ในคริสตวรรษที่ 14-17 ที่นี่เคยเป็นที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ เป็นวิทยาลัยสงฆ์สอนศิลปะและศาสนา และใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่นี่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1993

และพระอารามเซอร์กาเยฟ โปสาด (Sergiev Posad Monastery) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญเซนต์เซอร์เจียส (St. Sergius) ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในอารามที่สวยที่สุดในรัสเซีย

ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นศูนย์รวมชาวคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุด เราจึงเห็นชาวรัสเซียมากมายเดินทางมาที่นี่

เป็นบรรยากาศที่ยังคงความขลังและเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา แตกต่างจากศาสนสถานชื่อดังอื่นๆ ในทวีปยุโรป

ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ผู้คนมาชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมเป็นหลัก

ฉันเดินเข้าเดินออกเพื่อชมภายในศาสนสถานต่างๆ ถ่ายภาพอย่างเพลิดเพลินเพราะสีสันสวยงาม

โดยเฉพาะโบสถ์ที่มีโดมสีทองสลับสีฟ้า และวิหารนักบุญเซนต์เซอร์เจียสที่มีแท่นบูชาประดับประดาด้วยเงินบริสุทธิ์ จุดที่คึกคักที่สุดก็คือ บ่อน้ำพุ ศักดิ์สิทธิ์ มีความเชื่อตามหมู่นักแสวงบุญว่า น้ำจากน้ำพุนี้สามารถใช้รักษาโรคต่างๆ ได้

เราจึงเห็นผู้คนมาดื่มกิน บ้างก็เอาขวดมารองกลับบ้านไป การเดินทางมาที่นี่ทำให้ฉันได้รู้ว่า เมืองนี้ยัง เป็นจุดกำเนิดงานแกะสลักไม้ เช่น ตุ๊กตาแม่ลูกดก “มาโตรชก้า” (Matryoshkas) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

หลังจากใช้เวลาเกือบเต็มวันที่นี่ก็ถึง เวลาเดินทางกลับเมืองมอสโก เมื่อมาถึงสถานีรถไฟก็ไปซื้อตั๋วบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า “มัส-ควา” ตามสำเนียงแบบรัสเซียน

แล้วก็ใช้ภาษามือผสม กับภาษาอังกฤษถามย้ำกับคนข้างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ขึ้นรถไฟผิดขบวน

วันถัดไป ฉันยังสนุกกับการผจญภัยนั่งรถไฟไปเที่ยวนอกเมืองมอสโก คราวนี้ฉันมุ่งหน้าไปเมืองอิสตรา (Istra) ยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่สนใจเมืองนี้เพราะชื่อเมืองไพเราะเสนาะหูดี ลองหาข้อมูลพบว่ามีสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจมาก

นั่นก็คือ โบสถ์เยรูซาเลมใหม่ (New Jerusalem Monastery) ซึ่งไม่ค่อยมีคนไทยไปเที่ยวนัก ทั้งๆ ที่เมืองนี้อยู่ห่างจากมอสโกออกไปแค่ 40 กม. การเดินทางโดยรถไฟเริ่มจากสถานี Rizhsky rail terminal

ความสนุกเกิดขึ้นเมื่อฉันขึ้นรถไฟผิดขบวน (โชคดีที่ยังเป็นเส้นทางเดียวกัน) เลยต้องเปลี่ยนรถไฟที่สถานีเล็กๆ แห่งหนึ่งระหว่างรอรถไฟก็ได้เจอกับคุณแม่ชาวรัสเซียที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้างนิดหน่อย ซึ่งใจดีพยายามสื่อสารแบบตะกุกตะกักว่าให้ขึ้นรถไฟไปด้วยกันเพราะเธอก็จะขึ้นขบวนนั้นพอดี เธอเดินทางมากับลูกสาวตัวน้อยที่น่ารักแต่งตัวน่าชังอย่างกับตุ๊กตารัสเซีย

เด็กน้อยยิ้มแย้มเล่นหูเล่นตากับฉัน จนอดไม่ได้ที่จะขออนุญาตคุณแม่ถ่ายภาพน้องไว้เป็นที่ระลึก ฉันขออีเมลเธอไว้แล้วเพื่อส่งภาพของตุ๊กตารัสเซียมีชีวิตแสนน่ารักไปให้ภายหลัง การเดินทางครั้งนี้ทำให้ฉันลืมภาพของคนรัสเซียที่เคร่งขรึมยิ้มยากออกไปได้เกือบหมดเลย

เมื่อมาถึงสถานีอิสตรา ก็ต้องมองหารถเมล์สาย 48 เพื่อเดินทางไปยังโบสถ์เยรูซาเลมใหม่ ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็จะเห็นวิหารโดมขนาดใหญ่แต่ไกล เมื่อมาถึงเมฆครึ้มก็กลั่นตัวเป็นฝนตกลงมา ทำให้ต้องรีบวิ่งเข้าหาที่หลบฝน

แม้ท้องฟ้าวันนี้จะไม่สดใสแต่ก็ไม่ได้ทำให้วิหารแห่งนี้หม่นไปด้วยวิหารขนาดใหญ่โตนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ประกอบไปด้วย The Resurrection Catherdral ที่สร้างคล้ายกับโบสถ์ชื่อเดียวกันในกรุงเยรูซาเลม

ที่พำนักของพระราชาคณะ Nikon กำแพงและหอระฆัง และโบสถ์ Church of the Holy Trinity เมื่อพระเจ้าซาร์ Alexi I เสด็จมาเยือนวิหารแห่งนี้ และได้เห็นถึงความคล้ายคลึงกับโบสถ์ Church of the Holy Sepulcher ในกรุงเยรูซาเลม

จึงได้ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้ใหม่ว่า “New Jerusalem Monastery” ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพนาซีได้เข้ามาบุกทำลายวิหารแห่งนี้ แม้ว่าจะพังทลายไปมากแต่ก็ยังคงเหลือโครงสร้างบางส่วนไว้ และได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่จนเสร็จสมบูรณ์สวยงามดั่งปัจจุบัน ชาวรัสเซียเชื่อว่าที่นี่เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสมือนอยู่ในกรุงเยรูซาเลม นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์และความสวยงามของสถาปัตยกรรม

การเดินทางมาเที่ยวรัสเซียครั้งนี้ทำให้ฉันมองดินแดนหมีขาวเปลี่ยนไปเยอะมาก ไม่เพียงแค่ความประทับใจในความยิ่งใหญ่อลังการของสถานที่ต่างๆและความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมทางศาสนา ที่นี่ยังมีความผสมผสานวัฒนธรรมของยุโรปและเอเชียไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และโฮสเทลส่วนใหญ่สามารถช่วยเราในการลงทะเบียนนี้ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม
* การเดินทางสู่ประเทศรัสเซียจากประเทศไทย มีสายการบินที่บินตรงแค่สองสาย คือ
การบินไทย กับแอโรฟลอท (Aeroflot – สายการบินประจำชาติรัสเซีย)
* ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย “ไม่ต้องขอวีซ่า” โดยสามารถพำนักในรัสเซียได้ไม่เกิน 30 วัน สามารถดาวน์โหลดเอกสารเพื่อนำติดตัวกรณีถูกตรวจสอบจากทางการรัสเซียได้ที่
www.thaiembassymoscow.com/dpwnload/pdf/th-ru_visaexempt_ru.pdf (ภาษารัสเซีย) และในกรณีพักที่เมืองใดเมืองหนึ่งนานเกิน 7 วัน ควรจะรลงทะเบียนที่เมืองนั้นๆ ภายใน 3 วันนับตั้งแต่ที่เข้าพักที่โรงแรม

Share This Post:Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on TwitterShare on LinkedIn0