Drive through Southland
Story & Photo by Kanjana Hongthong
เมื่อไหร่ที่นึกอยากให้ธรรมชาติโอบกอด ที่เดียวที่จะทำแบบนี้ได้อย่างจุใจคือนิวซีแลนด์ (New Zealand) เพราะที่นี่คือที่ที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ให้เราได้กอดก่าย นิวซีแลนด์เที่ยวนี้ ฉันออกแบบให้เป็นการขับรถเที่ยวเฉพาะเกาะใต้ (South Island)
แต่ไม่ธรรมดาตรงที่เที่ยวนี้เราจะขับไปให้ถึงใต้สุดของเกาะใต้ มาเกาะใต้ทุกเที่ยวจะไปแค่ภูมิภาคแคนเทอเบอรี่หรือไม่ก็โอทาโก้ แต่คราวนี้จะไปวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่แถวภูมิภาคเซาท์แลนด์ (Southland) ซึ่งมาเกาะใต้หลายรอบก็ยังไปไม่ถึงเสียที
ที่จริง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ขับรถเที่ยวในเกาะใต้ ระดับความตื่นเต้นจึงอาจไม่ดีดตัวเท่าครั้งก่อนๆ แต่ที่ทำให้ตื่นตาตื่นใจน่าจะเป็นฤดูกาลมากกว่า เพราะนี่เป็นฤดูหนาวในนิวซีแลนด์เป็นครั้งแรก
ปกติมาทุกครั้งเป็นออทั่ม ดูใบไม้เปลี่ยนสีจนตาพร่ามัวไปหมด เที่ยวนี้มองไปทางไหนขาวโพลนไปซะหมด
เราออกตัวรับรถกันที่สนามบินควีนส์ทาวน์ (Queenstown) จากนั้น ขับรถเที่ยวรอบๆ ควีนส์ทาวน์สักวันสองวัน ไปทั้งเมืองยอดนิยมอย่างแอร์โรวทาวน์ (Arrowtown) แล้วค่อยๆ ขับรถเลาะทะเลสาบวากาติปู (Wakatipu Lake) ไปหาเมืองเล็กๆ สุดน่ารักอย่างกลีนอคชี (Glenorchy)
เมืองโลเกชั่นสุดสวยจนหนังหลายเรื่องพากันยกกองมาถ่ายที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น Lord of The Ring, Vertical Limit และ X-Men
จากนั้นค่อยขับรถมุ่งหน้าเข้าสู่ภูมิภาคเซาท์แลนด์ ซึ่งจัดว่าเป็นภูมิภาคขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของนิวซีแลนด์ มีประชากรไม่ถึงแสนคน ไม่น่าเชื่อว่าแม้เซาท์แลนด์จะเป็นภูมิภาคที่อยู่ใต้สุดของเกาะใต้
แต่ดินแดนหลังเทือกเขาแห่งนี้กลับเจริญและได้รับการพัฒนาจนผู้คนที่นี่ค่อนข้างร่ำรวย เรื่องนี้เมื่อเดินทางไปถึงเมืองอินเวอร์คาร์กิล (Invercargill) แล้วจะเชื่อว่าทุกอย่างที่ร่ำลือเป็นความจริงทุกประการ
เมืองนี้เป็นหัวเมืองใหญ่ในเซาท์แลนด์ มีคนอยู่ 5 หมื่นกว่าคน แต่มีความน่าสนใจซ่อนอยู่แบบที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อน ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ 4 – 5 แห่ง อาจจะไม่เยอะ แต่เข้มข้นน่าสนใจทุกแห่ง โดยเฉพาะคนรักรถยนต์และมอเตอร์ไซค์คลาสสิกทั้งหลาย
มาเมืองนี้แล้วเชื่อแน่ว่า หูตาเป็นประกายวิบวับแน่นอน เพราะเขามีพิพิธภัณฑ์มอเตอร์ไซค์ที่ชื่อ Classic Motorcycle Mecca โดยรวบรวมมอเตอร์ไซค์เก่าแก่และคลาสสิกตั้งแต่ปี 1902 มาโชว์ไว้ร่วม 300 คัน คนรักมอเตอร์ไซค์คลาสสิกพูดเลยว่ามาที่นี่แล้วขลุกอยู่ในนี้ได้เป็นวัน
แต่ถ้ารักรถยนต์คลาสสิกต้องไปที่ทรานสปอร์ต เวิลด์ (Transport World) ที่ที่ บิล ริชาร์ดสัน ได้สะสมรถยนต์เก่าแก่หลายยี่ห้อเอาไว้นับไม่ถ้วน บางมุมเป็นการบอกเล่าประวัติของเขาที่พูดถึงความผูกพันกับรถและแรงบันดาลใจในการเก็บสะสมรถ
แค่ 2 พิพิธภัณฑ์นี้ก็ทำให้รู้แล้วว่า อินเวอร์คาร์กิลไม่ธรรมดา ยังมีอีกที่หนึ่งที่จะทำให้ตาโต ที่นั่นคือพิพิธภัณฑ์เซาท์แลนด์ (Southland Museum) ที่ที่มีนางเอกประจำพิพิธภัณฑ์อย่างทัวทารา (Tuatara) สัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์ที่สืบเชื้อสายมาจากสัตว์เลื้อยคลานโบราณยุคเดียวกับไดโนเสาร์ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อกว่า 220 ล้านปีก่อน และปัจจุบันมีเฉพาะในนิวซีแลนด์เท่านั้น
เรียกว่าเป็นสัตว์หายาก และอายุยืนยาว สามารถปรับสภาพตัวเองจนอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ คาดการณ์กันว่าปัจจุบันมีทัวทาราเหลืออยู่ในธรรมชาติราว 50,000 ตัว แต่ที่พิพิธภัณฑ์เซาท์แลนด์มีอยู่ 100 กว่าตัว ที่เป็นซูเปอร์สตาร์ของที่นี่คือปู่เฮนรี่ ทัวทาราอายุ 110 ปีที่คาดว่า จะอยู่อีกยาว น่าจะไปถึง 140 – 150 ปีเลย ใครมาถึงอินเวอร์คาร์กิลแล้ว พลาดอะไรก็พลาดได้ยกเว้นทัวทารานี่เอง
จากอินเวอร์คาร์กิล เรากางแผนที่แล้วมุ่งหน้าไปหาคูริโอ เบย์ (Curio Bay) มุมที่เป็นโตรกผาและชายหาดยาวเหยียด ปกติคนมาที่นี่ก็มาดูเพนกวินและแมวน้ำกัน แต่วันที่ไปอากาศไม่ค่อยเป็นใจเลยไม่มีอะไรออกมาโชว์นักท่องเที่ยว
ค่ำนั้นจากคูริโอ เบย์เราขับรถไปนอนกันที่โมฮัว พาร์ก ที่พักกลางป่าที่ตอนกลางคืนวังเวงมาก แต่พอรุ่งเช้าเท่านั้นแหละ ถึงเผยให้เห็นว่าที่นี่เป็นเนินเขาและป่าสมบูรณ์ มีทุ่งหญ้าที่ประดับไว้ด้วยฝูงแกะ
มาพักที่นี่แล้วเจ้าบ้านจะทำอาหารเช้ามาเสิร์ฟเต็มโต๊ะเลย อาหารการกินที่นี่ปลูกเองหมด แยมก็ทำเอง
จากนั้น ใครอยากจะเลี้ยงลูกแกะ ทางฟาร์มก็จะนำนมใส่ขวดมาป้อนให้ลูกแกะที่เพิ่งเกิด หรือใครอยากจะเดินป่าที่ล้อมบ้านเอาไว้ เจ้าบ้านก็จะพาเดินพร้อมอธิบายทุกสิ่งให้ฟังอย่างน่าสนใจ
มาถึงที่นี่แล้ว มุมที่น่าไปคือนักเก็ต พอยต์ (Nugget Point) จุดใต้สุดของเกาะใต้ แต่ก่อนจะไปถึงที่นั่นเราแวะกันที่กาก้า พอยต์ (Kaka Point) ก่อน มุมนี้เป็นชายหาดยาวเหยียดธรรมดาๆ นี่เอง แต่ที่ไม่ธรรมดาคือบนชายหาดประดับไว้ด้วยสิงโตทะเลนอนเอกเขนกกันอย่างสบายอารมณ์
แต่ที่นี่เขามีกฎว่า ห้ามเข้าใกล้สัตว์ทุกชนิดเกิน 10 เมตร ทางที่ดีรักษาระยะห่างเอาไว้เป็นดี เพราะหากเข้าใกล้เกินไป เราเองอาจจะเป็นฝ่ายที่ไม่ปลอดภัย
จากกาก้า พอยต์ ขับรถวนเวียนขึ้นเขาไปหลายโค้งสักหน่อย ก็ถึงนักเก็ต พอยต์ จุดที่มีประภาคารตั้งอยู่อย่างโดดเด่น จากจุดจอดรถมีเส้นทางเดินเท้าให้เดินชมธรรมชาติหลายเส้นทาง ระหว่างทางก็จะมีป้ายบอกว่าจุดนี้มีโอกาสเจอเฟอร์ซีล หรือแมวน้ำเฟอร์ บางจุดมีโอกาสเจอเพนกวิน ทำให้การเดินเท้าชมธรรมชาติสนุกมาก เพราะทุกคนอยู่ในท่าสอดส่องผ่านเลนส์กันตลอดเวลา
แต่เมื่อเดินถึงประภาคาร ก็จะเห็นวิวสวยๆ รอคอยทุกคนอยู่ มุมนี้ด้านหนึ่งคือทวีปแอนตาร์กติกา มองไปอีกทางเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไปจรดกับทวีปอเมริกาใต้ ใครล่องเรือไปเรื่อยก็จะเจอกับอีสเตอร์ไอแลนด์ และอีกมุมหนึ่งเป็นเมืองดะนิดีน (Dunedin) เมืองใหญ่อันดับสองของเกาะใต้ที่อยู่ในภูมิภาคโอทาโก้ (Otago)
มายืนมุมนี้แล้วจะรู้เลยว่า นิวซีแลนด์นั้นธรรมชาติช่างผุดผ่องเหลือเกิน พรรณไม้และสัตว์ที่อยู่รอบตัวก็มีความสมบูรณ์ เพราะแบบนี้ไงเวลาที่อยากให้ธรรมชาติกอดรัด นักเดินทางจึงมักนึกถึงนิวซีแลนด์อยู่เสมอ
– จากกรุงเทพฯ ถ้าบินไปตั้งหลักที่เกาะใต้ จะเลือกไครสต์เชิร์ช ควีนส์ทาวน์หรือดะนิดีน สายการบินแควนตัสก็มีเที่ยวบินไปลงทุกแห่ง จากกรุงเทพฯ มีเที่ยวบิน บินไปกลับที่ซิดนีย์ทุกวัน แวะเปลี่ยนเครื่องแล้วเลือกได้เลยว่าจะบินไปลงเมืองไหนของเกาะใต้
– ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวเซาท์แลนด์ได้ที่ southlandnz.com/