One Day in Yaowarat สายมูกับ 1 วันที่เยาวราช
เรื่องและรูปโดยทีมงาน Vacationist
“ ไม่คิดเลยว่า เยาวราชจะมีวัดและศาลเจ้าเยอะขนาดนี้ ”
ฟังดูเหมือนเป็นคำพูดก่อนเดินทาง แต่แท้จริงแล้วเป็นคำพูดปิดท้ายทริปวันเดย์ในเยาวราของเพื่อนร่วมทางทริปของฉัน ในระหว่างที่เรากำลังนั่งจิบชาในเย็นวันหยุด หลังจากที่เดินสักการะและทำบุญมาทั้งวัน

เยาวราชเรียกได้ว่าเป็นย่านชุมชนชาวจีนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยชาวจีนเริ่มต้นเข้ามาค้าขายกับคนไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งศูนย์กลางการค้าอยู่บริเวณรอบๆ ท่าเรือราชวงศ์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างถนนขึ้นเพื่อส่งเสริมการค้าขาย และได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า ถนนเยาวราช นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารการกินที่หลากหลายเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติแล้ว เยาวราชยังเป็นศูนย์กลางที่รวมศาสนสถานที่อีกมากมายทั้งพุทธหินยาน-มหายาน คริสต์ อิสลาม และศาลเจ้า ซึ่งเป็นเทพเจ้าของจีนหลายศาล
พวกเราเริ่มการเดินทางของวันด้วยการใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลงที่สถานีวัดมังกร ทางออก 3 เดินไปทางขวาตรงไปไม่ไกลมากนักประมาณ 100 เมตรระหว่างซอยเจริญกรุง 19 และ 21 ก็จะเห็นวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) อยู่ทางขวามือ สำหรับวัดเล่งเน่ยยี่เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวต่างชาติ เป็นวัดที่หลายคนนิยมไปแก้ชงในแต่ละปีอีกด้วย

วัดเล่งเน่ยยี่ เป็นส่วนหนึ่งของ คณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย โดยคำว่า “เล่ง” หรือ “เล้ง” ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่ามังกร คำว่า “เน่ย” แปลว่า ดอกบัวและคำว่า “ยี่” แปลว่า วัด ทำให้มีชื่อวัดอย่างเป็นทางการคือ วัดมังกรกมลาวาส ซึ่งได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นั่นเอง
ขั้นตอนสำหรับการไหว้ทำบุญปีชงนั่นสะดวกมาก หากเดินเข้าวัดไปจะเห็นจุดรับสมุดฝากดวงอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งจะมีค่าทำบุญชุดปีชงชุดละ 100 บาท เมื่อได้สมุดฝากดวงแล้ว เราก็เข้าไปเขียนข้อมูลชื่อ นามสกุล วันเดือนปี และเวลาที่เกิด ด้านในอาคารจากนั้นก็เดินเข้าไปที่สถานที่ฝากดวงไท้ส่วยเอี๊ย ซึ่งขั้นตอนการปัดตัวแก้วปีชงก็จะมีอธิบายอยู่บริเวณนี้ไม่ต้องกังวล หลังจากนั้นก็นำสมุดฝากดวงไปไว้ที่ชั้นซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน เป็นอันเรียบร้อย

ภายในวัดตรงกลางวิหารท้าวโลกบาล เป็นที่ประดิษฐาน “ซี้ไต๋เทียงอ้วง” เทพเจ้าที่ปกปักษ์รักษาทิศต่างๆ ทั้งสี่ทิศซึ่งเป็นเทวรูปเทพเจ้า 4 องค์ในชุดนักรบจีน ข้างละ 2 องค์ถืออาวุธ สิ่งของต่างๆ กัน ได้แก่ พิณ ดาบ ร่ม เจดีย์

ถัดต่อมาจากวิหารในอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐาน “ซำป้อหุกโจ้ว” ซึ่งเป็นองค์พระประธานทั้งหมด 3 องค์ คือ องค์กลางคือ พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า ทรงถือลูกแก้ว จะประทานพรในเรื่องหน้าที่การงาน และความสำเร็จ องค์ซ้ายพระอมิตาภพุทธะ ทรงถือดอกบัว ประทานพรให้มีความสุขความเจริญ และองค์ขวาคือ พระไภษัชยคุรุพุทธะ หรือ ซำป้อหุกโจ้ว ทรงถือรัตนเจดีย์ จะประทานพรให้สุขภาพแข็งแรง พร้อม พระอรหันต์อีก 18 องค์ หรือที่เรียกว่า จับโป๊ยหล่อหั่ง ซึ่งในวิหารเทพเจ้านั่นยังเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปเทพเจ้าต่างๆ อีกหลายองค์ เช่น องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยะ” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “องค์ไท้ส่วยเอี๊ยะ” เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา และ “องค์หั่วท้อเซียงซือกง” เทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดา
วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) เปิด 08.00-16.30 น. ยกเว้นวันเสาร์ อาทิตย์ เปิดถึง 17.30 น.

ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปนิดภายในซอยเจริญกรุง 16 หรือ ตรอกอิสรานุภาพ เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ที่เปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 07.00 – 17.00 น. ของทุกวัน ศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นของกลุ่มจีนแต้จิ๋วและยังศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2201 ในสมัยอยุธยาเลยทีเดียว หลายคนมากราบไหว้ที่ศาลแห่งนี้ เพื่อความเจริญมั่งคั่ง ก้าวหน้าในกิจการค้า และยังเชื่อว่าถ้าเด็กๆได้มาไหว้เล่งบ๊วยเอี๊ยะกง เล่งบ๊วยเอี๊ยะม่าจะทำให้เด็กเลี้ยงง่าย สุขภาพแข็งแรง และเติบโตอย่างปลอดภัย

สำหรับการไหว้ทางศาลเจ้าจะมีแจ้งไว้เรียบร้อยไม่ต้องกังวลโดยเริ่มไหว้จากศาลทีกง (ฟ้าดิน) ตั้งอยู่ด้านข้างของอาคารศาลเจ้า จุดที่ 2-3 เป็นการไหว้ภายในศาลเจ้าซึ่งมีแท่นบูชารูป เล่งบ๊วยเอี๊ยะ และภรรยาเป็นแท่นประธาน ฝั่งซ้ายมือตั้งเป็นแท่นเทพเจ้ากวนอู และฝั่งขวามือเป็นแท่นประทับราชินีแห่งสวรรค์ ส่วนด้านขวาใกล้ประตู เป็นที่ตั้งระฆังโบราณที่สร้างมาแต่รัชสมัยพระเจ้าเต้ากวง ซึ่งเป็นฮ่องเต้ช่วงปลายราชวงศ์ชิงของจีน จุดที่ 4 และ จุดที่ 5 ไหว้หน้าประตู ใช้ธูปอย่างละ 1 ดอก ไฮไลท์การไหว้ศาลนี้อยู่ที่ผ้าแดงเรียกว่า ฮู้ หรือ คุยกี ซึ่งมักจะเขียนชื่อตนเองแล้วนำไปผูกขอพรไว้กับขาโต๊ะที่วางกระถางธูปเชื่อว่าเป็นโต๊ะมังกรที่สามารถสื่อสารไปถึงเทพเจ้าได้

ข้ามถนนกลับไปฝั่งวัดมังกร เข้าซอยเจริญกรุง 21 เดินตรงไปเรื่อยภายในซอยก็จะเต็มไปร้านอาหารและร้านที่ขายเครื่องเซ่นไหว้ เดินไปประมาณ 400 เมตรก็จะเห็น ศาลเจ้าไต้ฮงกง อยู่ถัดจากวัดคณิกาผลตรงกันข้ามกับสถานีตำรวจพลับพลาไชย และสำนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศาลเจ้าเปิด 08.30-17.00 น.ทุกวัน

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหรือที่รู้จักกันดีในนามของ “มูลนิธิปอเต็กตึ้ง” เกิดจากความศรัทธาที่มีต่อ “ไต้ฮงโจวซือ” หรือ “ไต้ฮงกง” บ้างก็เรียกว่า “หลวงปู่ไต้ฮงกง” ซึ่งเป็นบุคคลมีตัวตนอยู่จริงในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน สมัยราชวงศ์ซ่ง ตามประวัติท่านเป็นนักบวชที่กลายเป็นเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ที่นี่ถือเป็นศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งแรกในไทย ประดิษฐานรูปจำลององค์หลวงปู่ฯ ที่ก่อสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2452-2461 ตามแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ และนอกจากนั้นยังมีรูปจำลองของเทพ องค์พระโพธิสัตว์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายตามความเชื้อของผู้มีเชื้อสายจีน

สำหรับผู้คนที่มาที่นี่ นอกจากจะศรัทธาในหลวงปู่แล้ว หลายคนเดินทางมาเพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์และต่อดวงชะตาด้วยการบริจาคซื้อโลงศพให้แก่ศพไม่มีญาติ การทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือโครงการการกุศลต่างๆ กับมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งอีกด้วย

เยื้องศาลเจ้าไต้ฮงกง ไปนิดฝั่งสถานีตำรวจพลับพลาไชย ข้างมูลนิธิปอเตกตึ๊ง คือศาลเจ้าหน่ำไฮ้กวนอิมเนี้ย หรือเจ้าแม่กวนอิมจากทะเลจีนใต้ ก่อตั้งมานานกว่า100ปี ประวัติเล่ามามีชาวจีนอยู่กลุ่มหนึ่งจากหมู่บ้าน “โผ่วถ่อซัว” ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งของจีน เดินทางอพยพมาเมืองไทย โดยได้นำเอาสิ่งเคารพบูชา คือ “เจ้าแม่หน่ำไฮ้กวนอิมเนี้ย” ติดตัวมาและนำมาประดิษฐานไว้ที่นี่ภายในศาลเจ้ามีองค์เจ้าแม่กวนอิมหลายองค์มาก ผู้คนที่มาสักการะที่นี่ เพื่อเสริมดวง โดยจะจุดเทียนเสริมดวง เพื่อให้ได้เฮงๆตลอดปี โดยเฉพาะปีชงควรมาทำเป็นพิเศษ

ใกล้กันนั้นบริเวณด้านหน้าของสถานีตำรวจพลับพลาไชย 1 เป็นที่ประดิษฐานของพระพิฆเนศ ปางไอศวรญะ คณปติ โดยสร้างขึ้นเมื่อ 19 มกราคม 2555 เพื่อเป็นที่สักการบูชายึดเหนี่ยวจิตใจแก่ข้าราชการตำรวจและประชาชนทั่วไป ปางนี้เป็นปางเด็ก เปี่ยมด้วยเมตตามหานิยม เชื่อกันว่า หากขอพรองค์คเณศปางเด็กนี้คำอธิษฐานจะสัมฤทธิ์ผล สมหวัง เร็วรวด ทันใจ
สำหรับวิธีบูชาองค์พระพิฆเนศปางไอศวรญะ คณปติ เริ่มต้นจากจุดธูป 9 ดอก แล้วท่องคาถาบทสวด โอม ศรีคเณศายะ นะมะฮา (3จบ) โอม ไอศรา กฤษะรา (3จบ) จากนั้นอธิษฐานตามที่ปรารถนา
สำหรับด้านบนชั้น 4 ศาลเจ้าที่เลื่องชื่อในเรื่องของการให้หวย ที่คอหวยต่างศรัทธา นั่นคือ ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง ตามประวัติเล่าว่า”จีนฮง” หรือ “ยี่กอฮง” นั่นเป็นคนจีนที่เกิดในประเทศสยาม ได้ประกอบกิจการค้าหลายอย่าง แต่ที่ได้สร้างฐานะให้ท่านจนรุ่งเรืองก็คือ การเป็นเจ้าภาษี โรงต้มกลั่นสุรา โรงบ่อนเบี้ย และโรงหวยกอขอ โดยมีโรงหวยกอขอยี่กอฮงอยู่บริเวณสามยอดสำหรับสมญาว่า “ยี่กอฮง”นั่นแปลว่าเป็นผู้มีบารมี มีน้ำใจกว้างขวาง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งท่านถือเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในฐานะผู้นําชุมชนจีนในสยาม

ด้วยความที่ท่านเคยเป็นเจ้าของโรงหวย กอขอ ก็ทำให้ผู้คนนิยมมากราบไหว้ท่านในเรื่องขอหวย ขอโชคลาภ และคนที่มากราบไหว้บนบานนั่นเอง นอกจากเรื่องหวยและเลขเด็ดแล้ว ยี่กอฮง ก็สามารถบันดาลพรได้หลายเรื่อง แต่ที่เด่น ๆ และมีผู้คนนิยมมาขอมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องการเงิน การงาน และโชคลาภ
สำหรับคนที่สงสัยว่าทำไมศาลท่านถึงตั้งอยู่บนสถานีตำรวจพลับพลาไชย เหตุผลง่ายๆ ก็คือ บริเวณบ้านเดิมของท่านคือบริเวณที่สร้างอาคารสถานีตำรวจพลับพลาไชยนั่นเองและเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าของเดิม จึงได้สร้าง “ศาลพ่อปู่เจ้ายี่กอฮง” ไว้บนสถานีตำรวจพลับพลาไชยด้วยเหตุนี้
นี่เป็นเพียงศาลเจ้าบางส่วนที่อยู่ในบริเวณนี้ ที่สามารถเดินทางไปมาได้สะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน อีกทั้งสามารถเดินเท้าไปในแต่ละจุดได้ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีรถ และเหมาะสำหรับคนที่มีเวลาว่างเพียง 1 วันก็สามารถทำบุญและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ครบถ้วน ได้บุญกันถ้วนหน้า