เจ็ทเล็ท (Jet Lag)
เจ็ทเล็ท (Jet Lag) หรือ อาการเมาเวลา
ใครเคยขึ้นเครื่องบิน เดินทางไปไกลข้ามโลก แล้วรู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ กังวล หงุดหงิดอย่างไม่รู้สาเหตุ เวลานอนก็นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน แต่กลับง่วงนอนในเวลากลางวันบางครั้งรู้สึกว่าการตัดสินใจและปฏิกิริยาตอบโต้ช้าลงสมาธิไม่ค่อยจะดี เหมือนจะเป็นไข้ได้ง่ายเมื่อเจอกับอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง เหตุผลที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะร่างกายของเรามีการทำงานตามรอบเวลาคล้ายกับนาฬิกา เมื่อเดินทางข้ามเขตเวลาร่างกายจะรวนในการปรับเวลาโดยอาการเหล่านี้มักไม่มีปัญหาหากว่าเดินทางโดยรถยนต์หรือรถไฟ เพราะว่าร่างกายมีเวลาค่อยๆ ปรับตัว แต่ถ้าหากเดินทางโดยเครื่องบินข้ามประเทศอย่างรวดเร็วมักจะเจออาการนี้
สำหรับวิธีเตรียมรับมือ หรืออีกนัยหนี่งคือช่วยให้นาฬิกาในตัวเราปรับตัวได้เร็วขึ้น เราขอแนะนำว่าทำด้วยวิธีธรรมชาติน่าจะเป็นวิธีที่ดี โดยสิ่งที่จะต้องทำคือ
ก่อนเดินทาง
- จัดการงานต่างๆ ให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องกังวล หากไม่เสร็จควรเก็บไว้ก่อน ทำตัวให้ผ่อนคลายในคืนก่อนออกเดินทาง
- นอนหลับให้เพียงพอ ให้ร่างกายพร้อมก่อนเดินทาง
- ว่ากันว่า เดินทางไปทางทิศตะวันตกจะเกิดอาการเจ็ตแล็กน้อยกว่าการเดินทางไปทางทิศตะวันออก ดังนั้นถ้าหากเดินทางไปทางอเมริกาคนจึงนิยมใช้เส้นทางยุโรปแทนแปซิฟิก
- ว่ากันว่าเที่ยวบินกลางวันจะทำให้รู้สึกอาการเจ็ตแล็กน้อยกว่าเที่ยวบินกลางคืน เพราะมีกิจกรรมให้ทำ
- รับประทานอาหารโปรตีนมากๆ เพื่อให้ร่างกายยังคงตื่นตัว
- หากเป็นไปได้ ควรมีวันเตรียมตัว 1 วันก่อนออกเดินทาง และกลับมา 1 วันก่อน
เริ่มทำงานเพื่อปรับสภาพร่างกาย
ระหว่างเดินทาง
- แสงสว่าง เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญต่อการปรับเวลา ควรเตรียมผ้าปิดตัวไปด้วย หรืออุปกรณ์ช่วยในการพักผ่อน เช่น หมอนรองคอ ที่อุดหู เพื่อให้ช่วยให้คุณหลับสบายระหว่างบินถอดรองเท้าก็เป็นส่วนหนึ่งให้คุณเกิดการผ่อนคลายที่ปลายเท้าได้
- ดื่มน้ำให้มาก เพราะอากาศบนเครื่องบินค่อนข้างแห้งกว่าปกติ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ เลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มอัดลม ชา กาแฟ ด้วยก็จะเป็นการดี
- การบริหารร่างกายระหว่างเดินทาง โดยการเดินลุกไปบ้าง หรือบริการร่างกายอยู่กับที่ก็ได้เพราะจะลดอาการเกร็งและเมื่อยตามตัว รวมไปถึงเส้นเลือดขอด
- หากมีการเปลี่ยนเครื่อง และมีเวลา ควรแวะล้างหน้าล้างตาเพิ่มความสดชื่น หรือถ้าหาก
มีห้องอาบน้ำ อาบน้ำสักหน่อยจะทำให้คุณรู้สึกสดใสขึ้นมาได้ แต่อยากลืมเช็กเวลาเดินทางดีๆ นะคะ
ถึงปลายทาง
- ถ้าเป็นกลางวัน พยายามออกไปสัมผัสแสงแดด อากาศให้มาก เพื่อร่างกายจะได้ปรับตัวได้เร็วขึ้น
- หากยังไม่ใช่เวลานอนของเวลาท้องถิ่นปลายทาง พยายามอย่าหลับ
ทั้งนี้ อาการเจ็ตแล็กไม่ได้เป็นอาการที่รุนแรง หากใครเป็นใช้เวลาสักพักอาจจะ 2 – 3 วันหรือประมาณ2 อาทิตย์ก็จะหาย อย่าได้เป็นกังวลมากนักพักผ่อนให้เพียงพอ อาการเหล่านั้น
ก็จะหายไปเอง
